ประมงประกาศ "จ.ราชบุรี" เข้าสู่ฤดูน้ำแดง หรือช่วงเวลาห้ามจับสัตว์น้ำ เว้นบางเครื่องมือ ฝ่าฝืนปรับ 5 หมื่นบาท

นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง ในฐานะโฆษกกรมประมง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมประมงได้มีการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเป็นการเพิ่มผลผลิตควบคู่ไปกับการใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำจืดในฤดูปลาน้ำจืดมีไข่ ด้วยการกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงที่มีประสิทธิภาพสูงจับสัตว์น้ำจืดในช่วงเวลาและพื้นที่น้ำจืดพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ทรัพยากรสัตว์น้ำได้ฟื้นตัวเกิดขึ้นใหม่ทดแทนและดำรงอยู่อย่างยั่งยืนเช่นเดียวกับมาตรการปิดอ่าวของฝั่งทะเล และจากการเก็บข้อมูลทางวิชาการพบว่าสภาพภูมิอากาศ และปริมาณน้ำในแต่ละพื้นที่ยังคงสอดคล้องกับชีววิทยาการสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำจืด ซึ่งส่วนใหญ่มีการวางไข่อยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน และจากผลการประเมินทางวิชาการมาตรการฤดูน้ำแดง ปี 2564 พบว่าปริมาณพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำมีความใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่ผ่านมาส่งผลให้พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืดมีโอกาสได้สืบพันธุ์วางไข่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ดังกล่าว

ประกอบกับข้อมูลจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ระบุว่าสภาวะลานีญาจะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ทำให้ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมจะมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มมากขึ้นและต่อเนื่อง โดยปริมาณน้ำฝนในปี 2565 จะมีลักษณะการกระจายตัวรายเดือนคล้ายคลึงกับปี 2552 คือฝนตกเร็วกว่าปกติ ปริมาณน้ำฝนใน 6 เดือนแรกจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นก่อนการประกาศฤดูฝน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนทั่วทุกภาคของประเทศไทยสูงกว่าปกติ

นั่นหมายถึงว่า ช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะเข้าสู่ช่วงฤดูน้ำแดง และเพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาสัตว์น้ำ และระบบนิเวศเกิดความยั่งยืน ตามมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ (ฤดูน้ำแดง) กรมประมงจึงเห็นควร ยังคงใช้ประกาศฉบับเดิม ในการกำหนดพื้นที่ ระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัววัยอ่อน และกำหนดเครื่องมือ วิธีการทำการประมง เงื่อนไขในการทำการประมง

โดย จ.ราชบุรี กำหนดให้ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม - 15 สิงหาคม 2565

โดยเครื่องมือ วิธีการทำการประมงที่อนุญาตให้สามารถทำการประมงในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ได้ มีดังนี้ 1. เบ็ดทุกชนิด ยกเว้น เบ็ดราว เบ็ดพวงที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชาก หรือการใช้เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน 2. ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ หรือชนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร และไม่ทำการประมงด้วยวิธีประดาตั้งแต่สามเครื่องมือขึ้นไป 3. สุ่ม ฉมวก และส้อม 4. ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน 5. แหที่มีความลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 เมตร) 6. การทำการประมงเพื่อการศึกษา วิจัย ทดลองทางวิชาการ หรือในพื้นที่โครงการที่ดำเนินการของทางราชการ ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมง

ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฯ มาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับตั้งแต่ห้าพันถึงห้าหมื่นบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมง นอกจากนี้ กรมประมงยังประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ให้เข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรสัตว์น้ำ สร้างจิตสำนึกในการหวงแหนอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน ทั้งนี้ เนื่องจากการกำหนดฤดูปลาวางไข่ในช่วงฤดูน้ำแดงนั้น เป็นหนึ่งในมาตรการที่ใช้ควบคุมการทำการประมงเพื่อลดการทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำตามกฎหมายเท่านั้น อย่างไรก็ตามการอนุรักษ์ทรัพยากรที่แท้จริงต้องเริ่มที่จิตสำนึกของประชาชนทุกคน ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่รู้จักใช้ ร่วมกันดูแลและรักษาไว้ให้มีอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อลูกหลานของตนต่อไป

ราชบุรีมีดี ส่งข้อมูล - ข่าวสาร - ประชาสัมพันธ์ ได้ที่ rbmeedee@gmail.com